บทความล่าสุด

Grid Trading เป็นกลยุทธ์การเทรดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักลงทุนและนักเทรด โดยเฉพาะในตลาด Forex และ Cryptocurrency เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรในสภาวะตลาดที่หลากหลาย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและความซับซ้อนที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนนำไปใช้ บทความนี้จะอธิบายทุกแง่มุมของ Grid Trading อย่างละเอียด Grid Trading คือวิธีการเทรดที่ใช้การวางคำสั่งซื้อและขายล่วงหน้าในราคาที่กำหนดไว้เป็นระยะๆ เหมือนตาราง (Grid) โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่าราคาของสินทรัพย์มักจะมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงราคาหนึ่ง การวางคำสั่งซื้อและขายเป็นระยะจะช่วยให้สามารถทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในทุกทิศทาง     ความแตกต่างหลักระหว่าง Grid Trading กับวิธีการเทรดแบบอื่นคือ การที่ไม่ต้องคาดเดาทิศทางของตลาด แต่เป็นการวางแผนรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าราคาจะขึ้น ลง หรืออยู่นิ่ง Grid Trading จึงเหมาะสำหรับตลาดที่มีความผันผวนแต่ไม่มีทิศทางชัดเจน   ความสำคัญของ Grid Trading ในการเทรดต่างๆ Grid Size คือระยะห่างระหว่างแต่ละคำสั่งซื้อขายใน Grid ซึ่งมักกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนพิพส์ (pips) การกำหนด Grid Size ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์ที่เทรด หากกำหนดระยะห่างน้อยเกินไปอาจทำให้เกิดการเทรดบ่อยเกินไปและเสียค่าธรรมเนียมมาก แต่หากห่างเกินไปก็อาจพลาดโอกาสในการทำกำไร จำนวน Grid และขอบเขตของ Grid […]
การวิเคราะห์กราฟเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถทำความเข้าใจและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex ได้อย่างแม่นยำ เทคนิคการวิเคราะห์กราฟนั้นแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อดีของตัวเอง ในบทความนี้ เราจะมาดูเทคนิควิเคราะห์กราฟ Forex ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพที่สุด     การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นวิธีการที่ใช้ข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายในอดีตเพื่อคาดการณ์แนวโน้มและพฤติกรรมของตลาดในอนาคต วิธีนี้มักจะใช้เครื่องมือทางเทคนิคและดัชนีต่าง ๆ เช่น แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance), เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages), และรูปแบบกราฟ (Chart Patterns)     แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance) แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance) เป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวรับคือระดับราคาที่มีการซื้อเข้ามามากพอที่จะหยุดการตกของราคา ส่วนแนวต้านคือระดับราคาที่มีการขายเข้ามามากพอที่จะหยุดการขึ้นของราคา การระบุแนวรับและแนวต้านช่วยให้เทรดเดอร์สามารถตัดสินใจซื้อขายได้ในจุดที่เหมาะสม   เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยในการดูแนวโน้มของตลาดโดยการคำนวณราคาปิดเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่ง เทรดเดอร์สามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย […]
Market Profile เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงในการศึกษาพฤติกรรมตลาด ถูกคิดค้นโดย J. Peter Steidlmayer ในทศวรรษ 1980 เพื่อใช้ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในตลาดการเงินต่างๆ Market Profile นำเสนอข้อมูลการซื้อขายในรูปแบบกราฟแท่งแนวนอน แสดงการกระจายตัวของราคาและปริมาณการซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น องค์ประกอบพื้นฐานของ Market Profile องค์ประกอบพื้นฐานของ Market Profile ประกอบด้วยหลายส่วนสำคัญ Time Price Opportunity (TPO) คือหน่วยย่อยที่สุดของ Market Profile แสดงช่วงราคาที่มีการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา Value Area เป็นพื้นที่ที่มีการซื้อขายมากที่สุด โดยทั่วไปคือ 70% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด แสดงถึงช่วงราคาที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุด Point of Control (POC) คือระดับราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด เป็นจุดสมดุลของตลาดและมักเป็นแนวรับแนวต้านที่สำคัญ Initial Balance (IB) คือช่วงราคาในชั่วโมงแรกของการซื้อขาย ใช้ประเมินความผันผวนและทิศทางของตลาดในวันนั้น การอ่านและตีความ Market Profile มีหลากหลายลักษณะ การอ่านและตีความ Market […]
crossmenuchevron-right