5 อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่นักเทรด Forex ใช้มากที่สุด

Published on October 8, 2024

ตลาด Forex การใช้เครื่องมือหรืออินดิเคเตอร์เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเทรด เพราะช่วยในการคาดการณ์ทิศทางของราคาและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร การเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การตัดสินใจซื้อขายมีความแม่นยำและลดความเสี่ยงในตลาดที่มีความผันผวนสูงได้ บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ยอดนิยม 5 ชนิดที่นักเทรด Forex ใช้มากที่สุด พร้อมทั้งแนวทางการใช้งานและประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้ในการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เปิดบัญชีเทรดที่ ALPFOREX

 

Moving Average (MA)

Moving Average คืออะไร 

Moving Average หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการแสดงทิศทางแนวโน้มของราคาภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคาปิดของสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 10 วัน, 20 วัน หรือ 50 วัน ซึ่ง MA ช่วยให้นักเทรดสามารถมองเห็นภาพรวมของทิศทางตลาดได้ง่ายขึ้น โดยการลบสัญญาณรบกวนจากความผันผวนของราคาสั้น ๆ ออกไป

วิธีการใช้งาน Moving Average

MA ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มหลักของตลาดและช่วยบอกสัญญาณซื้อขาย เช่น เมื่อตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) เส้น MA จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากราคาตัดขึ้นเหนือเส้น MA จะเป็นสัญญาณในการเข้าซื้อ (Buy) แต่หากราคาตัดลงต่ำกว่าเส้น MA จะเป็นสัญญาณในการขาย (Sell) นอกจากนี้ การใช้งาน MA หลายเส้น เช่น MA ระยะสั้น (10 วัน) ตัด MA ระยะยาว (50 วัน) สามารถช่วยบอกสัญญาณซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Relative Strength Index (RSI)

Relative Strength Index คืออะไร

Relative Strength Index หรือ RSI เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่ใช้วัดระดับความแข็งแกร่งและความอ่อนแอของราคาสินทรัพย์ในช่วงเวลาหนึ่ง โดยแสดงเป็นค่าตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 100 ซึ่ง RSI มักใช้ในการบอกสภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) และ Oversold (ขายมากเกินไป) หากค่า RSI อยู่เหนือ 70 แสดงถึงสภาวะ Overbought อาจเกิดการปรับฐานราคาลง และหากค่า RSI อยู่ต่ำกว่า 30 แสดงถึงสภาวะ Oversold อาจเกิดการกลับตัวขึ้นของราคาได้

วิธีการใช้งาน RSI

RSI ใช้ในการหาจุดเข้าและออกจากตลาด โดยเมื่อตลาดเข้าสู่สภาวะ Overbought ค่า RSI สูงกว่า 70 แสดงว่าตลาดมีโอกาสเกิดการปรับตัวลงในไม่ช้า ซึ่งเป็นสัญญาณให้เตรียมขาย ในทางตรงกันข้าม เมื่อตลาดเข้าสู่สภาวะ Oversold ค่า RSI ต่ำกว่า 30 แสดงว่าตลาดมีโอกาสกลับตัวขึ้น เป็นสัญญาณให้เตรียมซื้อ นักเทรดสามารถใช้ RSI ควบคู่กับอินดิเคเตอร์อื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณและลดความเสี่ยงในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bollinger Bands

Bollinger Bands คืออะไร

Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความผันผวนของตลาด โดยมีลักษณะเป็นเส้น 3 เส้น คือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) และเส้นขอบบน-ขอบล่าง (Upper Band และ Lower Band) ที่คำนวณจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) จากเส้นค่าเฉลี่ย เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง เส้น Bollinger Bands จะขยายออก และเมื่อความผันผวนลดลง เส้น Bollinger Bands จะหดเข้าหากัน

วิธีการใช้งาน Bollinger Bands

Bollinger Bands ใช้ในการหาจุดกลับตัวของราคาและการบ่งบอกถึงสภาวะ Overbought หรือ Oversold เมื่อตลาดมีความผันผวนต่ำและเส้น Bollinger Bands หดตัวลงอย่างมาก แสดงว่าอาจมีการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงเกิดขึ้นในไม่ช้า เมื่อตลาดมีความผันผวนสูงและเส้น Bollinger Bands ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว แสดงถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง นักเทรดสามารถใช้ Bollinger Bands ในการกำหนดจุดเข้าและออกจากตลาด รวมถึงการตั้ง Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Stochastic Oscillator

Stochastic Oscillator คืออะไร

Stochastic Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาปิดปัจจุบันกับช่วงราคาต่ำสุดและสูงสุดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ โดยแสดงเป็นค่าตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 100 เช่นเดียวกับ RSI ซึ่ง Stochastic จะบ่งบอกถึงจุดกลับตัวของราคา เมื่อตลาดเข้าสู่สภาวะ Overbought หรือ Oversold

วิธีการใช้งาน Stochastic Oscillator

Stochastic Oscillator ใช้ในการหาจุดกลับตัวของราคา โดยเมื่อตลาดอยู่ในสภาวะ Overbought ค่าของ Stochastic จะอยู่เหนือ 80 ซึ่งเป็นสัญญาณให้เตรียมขาย และเมื่ออยู่ในสภาวะ Oversold ค่าของ Stochastic จะอยู่ต่ำกว่า 20 ซึ่งเป็นสัญญาณให้เตรียมซื้อ การใช้งานควรพิจารณาร่วมกับแนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance) เพื่อยืนยันสัญญาณและลดความเสี่ยงในการเทรด

Fibonacci Retracement

Fibonacci Retracement คืออะไร

Fibonacci Retracement เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดการย่อตัวของราคาในแนวโน้มหลัก โดยการหาระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถหาจุดแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ และคาดการณ์จุดกลับตัวของราคาได้

วิธีการใช้งาน Fibonacci Retracement

การใช้ Fibonacci Retracement ในการหาจุดเข้าและออกจากตลาด เมื่อตลาดปรับตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci เช่น 38.2% หรือ 50% และกลับตัวขึ้น เป็นสัญญาณให้เข้าซื้อ (Buy) และเมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาถึงระดับ Fibonacci ที่สำคัญและเกิดการกลับตัวลง เป็นสัญญาณให้ขาย (Sell) การใช้งานควรพิจารณาควบคู่กับอินดิเคเตอร์อื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณ เช่น MA หรือ RSI

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

การเลือกใช้อินดิเคเตอร์ในการเทรด Forex

การเลือกใช้อินดิเคเตอร์ในการเทรด Forex เป็นสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์และตัดสินใจซื้อขาย นักเทรดควรเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมกับกลยุทธ์และสภาวะตลาด และควรใช้หลาย ๆ อินดิเคเตอร์ร่วมกันเพื่อยืนยันสัญญาณการซื้อขาย ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

crossmenu