Position Trading คือรูปแบบการเทรดที่มุ่งเน้นการถือครองสถานะการซื้อขายเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือนหรือหลายปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากการเทรดระยะสั้นที่เน้นการเข้าและออกตลาดอย่างรวดเร็วเพื่อแสวงหากำไรจากความผันผวนของราคาในแต่ละวัน Position Trading จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการวิเคราะห์ปัจจัยระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น   Position Trading ใช้เพื่ออะไร? การวิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิคด้วย Position Trade การทำ Position Trade ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบด้าน ทั้งในระดับเศรษฐกิจมหภาค ภาวะอุตสาหกรรม ไปจนถึงผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริงและความสามารถในการสร้างผลกำไรระยะยาว ในขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็มีส่วนช่วยในการจับจังหวะการเข้าและออกเทรด โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ ในการระบุแนวโน้มราคา แนวรับแนวต้าน หรือสัญญาณซื้อขายที่เหมาะสม ดังนั้น Position Trader จึงต้องผสมผสานข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเพื่อวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ Position Trade ความสำคัญกับกรอบเวลาใหญ่ เนื่องจากมุ่งเน้นการถือครองระยะยาว Position Trading จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กราฟในกรอบเวลาที่ใหญ่ เช่น กราฟรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของราคาและแนวโน้มหลักที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันระยะยาว ในขณะเดียวกันการวิเคราะห์กรอบเวลาใหญ่ก็ช่วยลดสัญญาณรบกวนจากความผันผวนในกรอบเวลาเล็ก เพราะเป้าหมายคือการจับทิศทางหลักของราคา ไม่ใช่การเก็งกำไรจากความผันผวนระยะสั้น ดังนั้นการกำหนดกรอบเวลาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนจึงเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จของ Position Trading การบริหารความเสี่ยงและเงินทุนอย่างมีวินัย แม้จะเป็นการลงทุนระยะยาว […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 23, 2024

Double Top เป็นรูปแบบกราฟที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมถึงสองครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านระดับดังกล่าวไปได้ จากนั้นราคาจะปรับตัวลงมา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวของแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นขาลง โดยลักษณะสำคัญคือมีสองจุดยอดที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกันและมีจุดต่ำสุดระหว่างสองจุดยอดนั้น การเกิด Double Top มักบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นถึงระยะกลาง   รูปแบบ Double Top มีองค์ประกอบแบบไหนบ้าง จุดยอดแรก (First Peak) จุดยอดแรกเป็นจุดที่ราคาขึ้นไปถึงระดับสูงสุดหลังจากมีแนวโน้มขาขึ้นมาระยะหนึ่ง โดยแสดงถึงแรงซื้อที่เข้ามาในตลาดจนผลักดันราคาสูงขึ้น การระบุระดับราคาของจุดยอดแรกสามารถทำได้โดยการดูระดับสูงสุดของแท่งเทียนหรือบาร์ในช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากระดับราคาแล้ว ปริมาณการซื้อขายที่จุดยอดแรกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาด้วย โดยปริมาณการซื้อขายที่สูงอาจบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่มากและอาจยังคงผลักดันราคาขึ้นต่อ จุดยอดที่สอง (Second Peak) หลังจากราคาปรับตัวลงมาจากจุดยอดแรก ถ้าราคาสามารถขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในระดับใกล้เคียงกับจุดยอดแรก จะถือเป็นจุดยอดที่สอง โดยจุดยอดที่สองไม่จำเป็นต้องสูงกว่าจุดแรกเสมอไป อาจเท่ากันหรือต่ำกว่าเล็กน้อยก็ได้ แต่ควรอยู่ในกรอบแนวต้านเดียวกับจุดยอดแรก การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างจุดยอดสองจุด เช่น ระยะห่างของเวลาและระดับราคา จะช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของรูปแบบ Double Top ได้มากขึ้น จุดต่ำสุดระหว่างสองยอด (Trough) จุด Trough คือจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างจุดยอดทั้งสอง โดยเป็นจุดที่แสดงถึงแรงขายที่เข้ามากดดันราคาหลังจากแตะจุดยอดแรก ระดับของจุด Trough จะถูกนำมาใช้เป็นจุดอ้างอิงในการสร้างเส้น Neckline เพื่อคอยดูสัญญาณการยืนยันรูปแบบ Double Top […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 21, 2024

Ascending Triangle เป็นรูปแบบกราฟราคาที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต โดยลักษณะสำคัญของรูปแบบนี้ประกอบด้วยเส้นแนวต้านที่เป็นเส้นตรงในแนวราบ และเส้นแนวรับที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งราคามีการแกว่งตัวในช่วงแคบลง ก่อนจะเกิดการ Breakout ผ่านเส้นแนวต้านขึ้นไปในที่สุด ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อการทะยานขึ้นของราคาในระยะข้างหน้า   รูปแบบกราฟ Ascending Triangle เส้นแนวต้าน (Resistance Line) ในการสร้างรูปแบบ Ascending Triangle ราคาจะเคลื่อนไหวขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ระดับราคาเดิม 2-3 ครั้ง โดยที่ไม่สามารถผ่านเส้นแนวต้านนี้ขึ้นไปได้ การกำหนดระดับของแนวต้านอาจใช้จุดสูงสุด 2-3 จุดที่อยู่ในระดับราคาใกล้เคียงกันมาลากเป็นเส้นตรงในแนวราบ ซึ่งบ่งบอกถึงแรงขายที่เข้ามาตั้งแต่ราคายังไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ และเป็นแนวต้านที่มีนัยยะสำคัญเมื่อสามารถ Breakout ขึ้นไปได้ในภายหลัง เส้นแนวรับ (Support Line) หลังจากการพยายาม Breakout แนวต้านแต่ไม่สำเร็จ ราคามักจะย่อตัวลงมาสร้างจุดต่ำ ซึ่งจุดต่ำของแต่ละครั้งมักจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ การลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างจุดต่ำเหล่านี้จะกลายเป็นเส้นแนวรับที่เอียงขึ้น ซึ่งบ่งบอกถึงแรงซื้อที่เข้ามาคอยประคองราคาไม่ให้ร่วงลงมากนัก โดยเส้นแนวรับที่ชันขึ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงแรงซื้อที่มีมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ราคาถูกดันให้ขยับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้เส้นแนวต้านมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง การเคลื่อนไหวของราคาภายในรูปแบบ จุดสำคัญของการเกิด Ascending Triangle คือการที่จุดสูงสุดถูกจำกัดอยู่ในระดับเดิม แต่ขณะเดียวกันจุดต่ำสุดจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบลง ลักษณะเช่นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่มากขึ้น ขณะที่แรงขายเริ่มอ่อนแอลง […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 20, 2024

Head and Shoulders เป็นรูปแบบกราฟราคาที่มีลักษณะคล้ายกับศีรษะและไหล่ของมนุษย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการกลับตัวของแนวโน้มที่มีความน่าเชื่อถือสูงในการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยรูปแบบ Head and Shoulders แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Normal Head and Shoulders ซึ่งส่งสัญญาณการกลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นขาลง และ Inverse Head and Shoulders ที่ส่งสัญญาณการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงเป็นขาขึ้น การเข้าใจและสามารถระบุรูปแบบ Head and Shoulders ได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางของราคาและวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   สัญญาณที่บ่งบอกถึงรูปแบบ Head and Shoulders การปิดราคาต่ำกว่าเส้นคอ เมื่อกราฟราคาสามารถ Breakout ผ่านเส้นคอลงมาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปิดราคาต่ำกว่าเส้นคอ มักจะเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งถึงการเริ่มต้นแนวโน้มขาลง และเป็นโอกาสในการเข้าเปิดสถานะขายเพื่อเทรดตามการคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังกับสัญญาณ Breakout หลอกที่ราคาอาจจะไม่ได้ลงต่อเนื่องหลังจากนั้น จึงควรใช้เครื่องมืออื่นๆ เข้ามาช่วยยืนยันเพิ่มเติมด้วย การย้อนกลับมาทดสอบเส้นคอ หลังจากราคาสามารถ Breakout ผ่านเส้นคอลงมาแล้ว สัญญาณของการกลับตัวมักจะชัดเจนขึ้นเมื่อราคามีการย้อนกลับขึ้นมาทดสอบเส้นคอจากด้านล่างอีกครั้ง การทดสอบซ้ำเส้นคอจะช่วยยืนยันว่าแนวโน้มขาลงกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการพิจารณาเข้าสถานะขายตามเมื่อราคาปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นคออีกครั้ง […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 16, 2024

Arbitrage Forex คือ การทำกำไรจากความแตกต่างของราคาระหว่างตลาดหรือโบรกเกอร์ต่างๆ โดยหลักการคือการซื้อในตลาดที่มีราคาถูกแล้วขายในตลาดที่มีราคาแพงกว่า เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาโดยปราศจากความเสี่ยง ซึ่งแตกต่างจากการ เทรด Forex ปกติที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางของราคา แต่อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด   ประเภทของ Arbitrage Forex Spatial Arbitrage เป็นการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาในแต่ละโบรกเกอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีโบรกเกอร์ A ที่ให้ราคา EUR/USD ที่ 1.1000 และโบรกเกอร์ B ที่ให้ราคา 1.1005 เราสามารถซื้อที่ A และขายที่ B เพื่อทำกำไร 5 pips ได้ทันที อย่างไรก็ตาม การทำ Spatial Arbitrage อาจมีข้อจำกัดจากความเร็วในการส่งคำสั่ง และสภาพคล่องที่แตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ Triangular Arbitrage เป็นการอาศัยความไม่สมดุลของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน 3 สกุล เช่น เราสามารถแปลงเงินจาก USD เป็น EUR แล้วเป็น GBP […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 14, 2024

Quantitative Trading หรือการเทรดเชิงปริมาณ เป็นวิธีการซื้อขายในตลาดการเงินโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อค้นหาโอกาสในการเทรดและบริหารความเสี่ยง ซึ่งแตกต่างจากการเทรดแบบใช้ดุลยพินิจหรือใช้การวิเคราะห์พื้นฐาน โดย Quantitative Trading มุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงสถิติและอัลกอริทึมในการตัดสินใจซื้อขาย ทำให้สามารถประมวลผลและดำเนินการได้รวดเร็วแม่นยำ จึงได้รับความนิยมและมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนสูง   องค์ประกอบหลักของ Quantitative Trading การเก็บและจัดการข้อมูล ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของ Quantitative Trading โดยต้องอาศัยข้อมูลมหาศาลจากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลราคา ปริมาณการซื้อขาย ข่าวสาร งบการเงิน ไปจนถึงข้อมูลเชิงเทคนิค จากนั้นต้องมีการจัดระเบียบและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถเรียกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีกระบวนการกรองและทำความสะอาดข้อมูล เพื่อคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องจริง ก่อนนำไปใช้พัฒนาโมเดลต่อไป การพัฒนาโมเดลการเทรด โมเดลการเทรดถือเป็นแกนหลักของ Quantitative Trading ซึ่งจะมีหลากหลายประเภททั้งแบบ Mean Reversion, Trend Following หรือ Machine Learning โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต ค้นหารูปแบบและความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ แล้วนำมาสร้างเป็นกฎเกณฑ์และสมการทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ทำนายแนวโน้มของราคาในอนาคต ซึ่งโมเดลที่ดีต้องผ่านการทดสอบกับข้อมูลย้อนหลังและข้อมูลจริง ปรับจูนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนนำไปใช้งานจริง     ระบบการซื้อขายอัตโนมัติ การซื้อขายแบบอัตโนมัติเป็นอีกปัจจัยสำคัญของ Quantitative Trading […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 13, 2024

Trend Following หรือการติดตามเทรนด์ เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการซื้อสินทรัพย์เมื่อราคาเริ่มเคลื่อนไหวขึ้น และขายออกเมื่อราคาเริ่มลง โดยอาศัยสมมติฐานที่ว่า "เทรนด์มักจะดำเนินต่อไปในทิศทางเดิมมากกว่าจะกลับตัวไปในอีกทิศทาง" นักลงทุนจึงพยายามระบุทิศทางเทรนด์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อแสวงหากำไรจากการเคลื่อนไหวนั้นให้ได้มากที่สุด ความสำคัญของการติดตามเทรนด์ในการลงทุน การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าการเดาทิศทางหรือสวนกระแส ซึ่งหากเทรนด์ขาขึ้นเราก็ควรถือครองสินทรัพย์ต่อไปจนกว่าสัญญาณขาลงจะปรากฏ ส่วนในช่วงตลาดหมีเราก็ควรลดการถือครองหุ้นหรือเปิดสถานะขายชอร์ต เป็นต้น การติดตามเทรนด์จึงช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีหลักการมากขึ้น แทนที่จะใช้อารมณ์หรือคาดเดาตลาด   เทคนิคพิเศษในการเทรดแบบ Trend Following การเทรดแบบติดตามเทรนด์มีหลักการพื้นฐานคือ การเข้าซื้อเมื่อเทรนด์ขาขึ้นเริ่มต้นขึ้น และถือสถานะจนกว่าจะมีสัญญาณของการสิ้นสุดเทรนด์ ในทางตรงกันข้ามหากเป็นเทรนด์ขาลงก็จะเปิดสถานะขายและรอจนกว่าเทรนด์นั้นจะจบลง โดยมีกลยุทธ์ที่นิยมใช้ เช่น การเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุผ่านจุดสูงสุดล่าสุด (Breakout) รอจนกว่าราคาจะสามารถปิดสูงกว่าจุดสูงสุดครั้งก่อนหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็ถือเป็นการยืนยันการเริ่มต้นของเทรนด์ขาขึ้น หากราคาสามารถปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของขาลง การเข้าซื้อเมื่อราคาผ่านจุด Breakout ช่วยให้มีโอกาสจับจังหวะได้แม่นยำ แต่ก็มีความเสี่ยงหากเกิดสัญญาณหลอก การถือสถานะจนกว่าเทรนด์จะสิ้นสุด เมื่อเปิดสถานะตามเทรนด์แล้ว ก็ควรถือต่อไปจนกว่าจะมีสัญญาณของการหมดแรงหรือกลับตัว สัญญาณจบเทรนด์ เช่น การทะลุเส้น Trend Line, การตัดลงของ Moving Averages, การเกิดรูปแบบกลับตัวในกราฟ เป็นต้น การถือสถานะนานๆ ช่วยให้มีโอกาสทำกำไรมากขึ้นตามความยาวของเทรนด์ แต่ต้องควบคุมความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย การใช้ Trailing Stop […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 10, 2024

Swing Trade คือกลยุทธ์การเทรดที่มุ่งเน้นการทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาในระยะสั้นถึงระยะกลาง โดยมักจะถือสถานะเป็นระยะเวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ เพื่อรอจังหวะราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ จุดมุ่งหมายของ Swing Trade คือการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นของราคา แต่ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือน Position Trade   ความแตกต่างระหว่าง Swing Trade กับ Day Trade และ Position Trade Day Trade มุ่งเน้นการเปิดและปิดสถานะภายในวันเดียว โดยหวังผลกำไรจากการเคลื่อนไหวเล็กๆของราคา Swing Trade ถือสถานะข้ามคืนเป็นระยะเวลาหลายวัน ถึง 1-2 สัปดาห์ เพื่อรอการแกว่งตัวของราคาในกรอบใหญ่ Position Trade มักถือสถานะเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยรอจังหวะของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามเทรนด์ระยะยาว   วิธีการใช้งาน Swing Trade ยอดนิยม Swing Trade ตามเทรนด์ (Trend Following) เป็นการเปิดสถานะไปในทิศทางของเทรนด์ระยะกลางถึงระยะยาว โดยรอจังหวะที่ราคาย่อตัวมาที่แนวรับหรือ Trendline ก่อนจะกลับตัววิ่งขึ้นต่อ ก็เข้าซื้อและคาดหวังว่าราคาจะกลับไปได้ไกลกว่าจุดสูงสุดครั้งก่อนหน้า Swing Trade […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 9, 2024

Day Trade คือการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นๆ โดยเปิดและปิดสถานะภายในวันทำการเดียวกัน ไม่มีการถือสถานะข้ามคืน เป้าหมายของ Day Trade คือการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาเล็กน้อยแต่บ่อยครั้งในระหว่างวัน โดยอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลักในการหาจังหวะเข้าและออกตลาด   ปัจจัยสำคัญของการเทรดแบบ Day Trade การวิเคราะห์ทางเทคนิคใน Day Trade Day Trade ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน เพราะมุ่งเน้นการหากำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น โดยอาศัยการวิเคราะห์กราฟ, แนวรับแนวต้าน, รูปแบบราคา (Price Action) รวมถึงตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages), ออสซิลเลเตอร์ต่างๆ เพื่อคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตอันใกล้ การจัดการความเสี่ยงและเงินทุน การบริหารความเสี่ยงและการจัดสรรเงินทุนมีความสำคัญมากใน Day Trade เพราะการทำกำไรที่สม่ำเสมอมาจากการควบคุมความเสียหายในแต่ละครั้งให้น้อยที่สุด วิธีการจัดการความเสี่ยงใน Day Trade ได้แก่: การกำหนดเงินที่ยอมขาดทุนได้ในแต่ละวัน เช่น ไม่เกิน 1-2% ของพอร์ต การกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ในระยะที่เหมาะสมเพื่อจำกัดความเสียหาย การทยอยเปิดสถานะทีละน้อยๆ ไม่ควรเปิดเต็มพอร์ตในครั้งเดียว การหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรงหรือมีสภาพคล่องต่ำ การเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์ที่เหมาะสม […] อ่านต่อ

โดย ALPFOREX | May 2, 2024
1 2 3 5
crossmenu